Health

⚠️ สารเคมี”อันตราย”ในเครื่องสำอางที่คุณอาจไม่เคยรู้ !

 

chem

ปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ บุคลิกภายนอกกันมากขึ้น จึงมีการผลิตเครื่องสำอางนานาชนิดขึ้นมาออกวางจำหน่ายในท้องตลาดเกลื่อนไปหมด ทั้งที่ได้มาตรฐาน หรือจะเป็นเครื่องสำอางเถื่อน การันตีเห็นผลดี3วัน7วัน ผลิตจากโรงงานเถื่อน ไม่ได้รับการจดแจ้งรับรองโดน อย. ไม่รู้ว่าใช้ไปจะต้องเสียเงินอีกเท่าไหร่รักษาผลข้างเคียง แต่ไม่ว่าจะชนิดไหนก็มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น ..

 “เครื่องสำอาง” 

ในที่นี่ไม่ได้หมายถึงเพียงเฉพาะแค่ผลิตภัณฑ์จำพวกแต่งเติมสีสัน เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่คุณใช้ตั้งแต่การอาบน้ำ สระผม จนกระทั่งขั้นตอนการบำรุงผิว.. ซึ่งก็มาพร้อมคำโฆษณาว่ามีคุณสมบัติแสนดีมากมาย แต่หารู้ไม่ว่า .. ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นแฝงไว้ด้วยสารเคมีอีกนับไม่ถ้วน ที่เราอาจสะสมสารเหล่านี้โดยที่เราไม่รู้ตัว!!

โดยทั่วๆไปแล้ว เครื่องสำอางก็จะประกอบไปด้วยสารดังต่อไปนี้

💧 น้ำ, น้ำมัน, สารที่ทำให้ข้น, สารที่ทำให้ลื่น, สารให้ความชุ่มชื่น, สารกันเสีย, น้ำหอม และ สีสังเคราะห์ 💦

สารดังกล่าวมักไม่ค่อยพบว่าเกิดการแพ้ในผู้ใช้ส่วนใหญ่ แต่อาจมีการระคายเคือง เกิดผื่น หรือสิว จากน้ำหอมและสีในกลุ่มผู้ใช้ที่มีอาการแพ้ง่ายอยู่บ้าง แต่สารที่เป็นอันตรายจริงๆ ถูกห้ามใช้ และมีผลข้างเคียงในระยะยาวต่อผู้บริโภคนั้นมีอะไรบ้าง .. เรายกมา 10 สารหลักที่มีผู้ได้รับผลข้างเคียงมาแล้วจำนวนไม่น้อย ดังต่อไปนี้

1.สารสเตียรอยด์

เสตียรอยด์มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสี (melanin) ทำให้ปริมาณเม็ดสีลดลงส่งผลให้ผิวขาวขึ้น  จึงมักพบในครีมลดเลือนจุดด่างดำ ครีมหน้าขาวที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือครีมทาฝ้าหลายๆยี่ห้อ

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  การใช้ยาทาเสตียรอยด์ในความเข้มข้นสูง ใช้ผิดวิธี และใช้เป็นระยะเวลานานต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงทั้งภายนอกและภายในร่างกาย เช่น ผดผื่นขึ้นง่าย ผิวหน้าบาง ทำให้มลภาวะสารพิษจากภายนอกเข้าสู่ผิวหนังชั้นแท้ได้ง่ายขึ้น และเห็นเส้นเลือดแดงตามใบหน้าชัดขึ้น ทำให้ผิวไวต่อแสง เกิดสิวอุดตันอักเสบเรื้อรังจากการติดสารสเตียรอยด์ในครีม

2.พาราเบน (PARABEN)

เป็นสารกันเสียที่ใช้ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์อย่างแบคทีเรียและเชื้อรา นิยมใช้อย่างมากในกลุ่มเครื่องสำอางจำพวกผิวหนังและเส้นผม รวมถึงผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่น หรือโรลออน

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มได้ทำการวิจัยและพบว่า พาราเบนอาจจะมีความเกี่ยวพันกับการเป็นต้นเหตุของสารก่อมะเร็งเต้านม เนื่องจากมีการผสมพาราเบนในผลิตภัณฑ์ใต้ระงับกลิ่นใต้วงแขน องค์กรในหลายๆประเทศจึงรณรงค์ให้เลี่ยงการใช้พาราเบน ที่พบว่าเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว อาจขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อ และอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม

3.SLS/SLES (Sodium Lauryl Sulfate/Sodium Laureth Sulfate)

เป็นสารเคมีประเภทซักฟอก และลดแรงตึงผิว ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำความสะอาด เป็นสารที่มีราคาถูก จึงมักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ จำพวกแชมพู หรือเจลอาบน้ำ ยาสีฟัน เพื่อทำให้เกิดฟองปริมาณมากๆ ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าสามารถกำจัดไขมันออกจากผิวและผมอย่างหมดจด

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  สารสองชนิดนี้ก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิว หนังศรีษะ และดวงตา ทำให้เกิดอาการแพ้ เป็นผดผื่น หรือเกิดสิวได้ง่าย หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน สารสองชนิดนี้ก็อาจตกค้างอยู่ในผิวหนังและยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งอีกด้วย

4.Silicone

ซิลิโคน เป็นสารเคมีที่ทำให้เส้นผมมีความลื่นเป็นมันวาว สปริงตัว หวีง่าย โดยซิลิโคนจะทำหน้าที่คล้ายฟิล์มพลาสติกบางๆ เคลือบเส้นผมบนหนังศีรษะของเราไว้ เวลาหวีจึงให้ความรู้สึกว่าผมสลวย หรือนุ่มลื่นทันทีหลังใช้ พบในผลิตภัณฑ์จำพวกแชมพู ครีมนวดทั่วไป

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  สารซิลิโคนมักเข้าไปตกค้างอุดตันในรูขุมขนบนหนังศีรษะ ผมลีบแบน ทำให้เซลล์รากผมทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ผมเกิดการหลุดร่วงได้ง่าย ทำให้มีปัญหาเรื่องการขับเหงื่อตามมา เกิดการอุดตันและเป็นสิวเรื้อรังบนหนังศรีษะ

5.สารตะกั่ว

สารตะกั่วเป็นโลหะหนักสีน้ำเงิน จัดเป็นสารอันตราย ที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง กฎหมายกำหนดไว้ว่า อาจพบสารตะกั่วได้ในอัตราส่วนไม่เกิน 20ส่วนในล้านส่วนโดยน้ำหนัก หากพบว่าผลิตภัณฑ์ใดมีสารตะกั่วเกินกว่านี้ จะเข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย แต่ก็มักตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนของสารตะกั่วเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดในเครื่องสำอางจำพวก ลิปสติก สีทาเล็บ ครีมรองพื้น หรือครีมหน้าขาวที่ไม่ได้มาตรฐาน

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  สารตะกั่วสามรถเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธีทั้งทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ หากถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดอาการปวดบิดในท้องอย่างรุนแรง ร่วมกับอาการท้องผูก อาจขับถ่ายเป็นเลือด หรือมีอาการซีด อ่อนแรง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วขึ้น และตะกั่วยังไปลดอัตราการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ผู้ที่ได้รับสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายหรือกระแสเลือดอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

6.ไฮโดรควิโนน

คือสารเคมีที่ออกฤทธิ์ดยการยับยั้งกระบวนการทางเคมีของเซลล์สร้างเม็ดสี เมื่อปริมาณเม็ดสีลดลง จึงส่งผลให้ผิวขาวขึ้นได้ ดังนั้น ไฮโดรควิโนนจึงถูกนำมาใช้เป็นยาทารักษาผิวที่เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  สารชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหน้าขาวขึ้นในระยะแรกๆ แต่จะทำให้ผิวกลายเป็นด่างขาวผิดปกติในที่สุด ทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง ผดผื่นขึ้น ผิวหน้าดำคล้ำขึ้นจนกลายเป็นฝ้าถาวรไม่สามารถรักษาได้ อาจมีอาการแสบร้อน ตุ่มแดง และภาวะผิวคล้ำมากขึ้นในบริเวณที่ทา หากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวร เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง ผู้ที่ได้รับยานี้เกินขนาดตัวยาจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและสามารถกระตุ้นให้ร่างกายมีอาการสั่นหรือเกิดภาวะลมชัก หรือกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ยาได้

7.COAL TAR

หรือเรียกง่ายๆว่า น้ำมันดิน เป็นสารเคมีพวก Hydrocarbon ที่ได้มาจากธรรมชาติ เช่น ถ่านหิน หรือต้นไม้ที่ตายทับถมกันมานาน บางครั้งมีการผสม Salicylic acidในแชมพูเพื่อช่วยลอกสะเก็ดหนาบนศีรษะ จึงเป็นสารออกฤทธิ์สำคัญในแชมพูขจัดรังแค และครีมทาแก้คันต่างๆ เช่น โรคสะเก็ดเงิน

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  เนื่องจาก coal tar ออกฤทธิ์แรงต่อผิวและหนังศรีษะให้แห้งและลอกออก จึงอาจเกิดการระคายเคืองหากใช้ต่อเนื่องในเวลานาน มีอาการรูขุมขนอักเสบ ผิวหนังแสบเคือง ก่อให้เกิดการปะทุของแบคทีเรีย และยังเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งผิวหนัง

8. 1,4 ไดออกเซน (1,4 Dioxane)

เป็นของเหลวใส ไม่มีสี มีกลิ่นจำเพาะ(กลิ่น ether) ระดับที่ได้กลิ่นเป็นระดับที่อันตราย ละลายน้ำได้ง่าย ไอระเหยหนักกว่าอากาศ ก่อให้เกิดประกายไฟ ติดไฟได้ง่าย ใช้เป็นสารเพื่อเพิ่มความเสถียรของสารละลาย พบปนเปื้อนอยู่ในสบู่เหลว ผงซักฟอก และแชมพู ที่มีส่วนประกอบของ polyethylene glycol (PEG), polyethylene, polyoxyethylene

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  สารชนิดนี้สามารถดูดซึมได้ทางผิวหนัง และการหายใจเอาไอระเหยเข้าไป จะทำให้เกิดอาการไอระคายเคืองรุนแรงต่อเยื่อบุจมูก ดวงตา ทางเดินหายใจ ถ้าได้รับปริมาณมากมีผลต่อไต และตับ ทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็งตับและมะเร็งจมูก

9.TOLUENE

เป็นสารตัวทำละลายอินทรีย์ที่สำคัญในกลุ่มของสารอินทรีย์ระเหยง่าย เป็นของเหลวใส ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน พบมากในสีย้อมผม และสีทาเล็บ

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  อาจมีการระคายเคืองเมื่อสัมผัสถูกผิวหนัง หากมีการสัมผัสบริเวณเดิมซ้ำๆจะทำให้ผิวหนังแห้งอักเสบ และหากสูดดมไอระเหยของสารโทลูอีนเป็นเวลานาน อาจให้เซลล์เม็ดเลือดผิดปกติ และมีผลต่อไขกระดูกและโลหิต และถ้าสูดดมในระยะสั้น อาจทำให้เกิดอาการเวียนหัว มึนงง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร เป็นอันตรายต่อระบบหายใจ และเป็นอันตรายต่อระบบสมองส่วนกลาง

10.สารฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde)

เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้ กลิ่นฉุน เป็นสารเคมีที่พบได้ในสี กาว สารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่างๆ และเป็นส่วนผสมของน้ำยาทาเล็บ สบู่ สารชนิดกำลังถูกสงสัยว่าเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง และมักทำให้ผิวหนังแสบร้อน และผิวรอบดวงตาระคายเคือง

⚠️ผลข้างเคียงจากการใช้  หากมีการสัมผัสถูกสารชนิดนี้โดยตรงทางผิวหนัง ทำให้เกิดผิวหนังอักเสบเกิดอาการคัน หรือหากสูดดมไอระเหยของสารฟอร์มัลดีไฮด์อาจทำให้รู้สึกแสบตาและระคายเคืองในทางเดินหายใจ มีอาการไอ และหากสูดดมเกิน 0.1 ppm จะทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกเฉียบพลัน หอบคล้ายเป็นหืด อาจถึงขั้นเป็นปอดอักเสบ  หรือปอดบวมน้ำเฉียบพลัน และอาจทำให้เสียชีวิตได้

 


“ทั้งหมดนี้..เป็นสารอันตรายเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ปนเปื้อนอยู่ในเครื่องสำอาง ดังนั้นก่อนเลือกซื้อในครั้งต่อไปก็ควรจะพิจารณาถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดเสียก่อน หรือลองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติมาใช้ เพื่อความปลอดภัยต่อผิว ต่อผม และสุขภาพในระยะยาว และคงความงามให้อยู่ไปนานๆ อย่าตกเป็นเหยื่อคำโฆษณาจนหน้าพังเลยนะคะ”

 

ที่มา :

http://www.safecosmetics.org

http://med.mahidol.ac.th/ramapharmacy/th/knowledge/general/04072016-2055-th

http://community.akanek.com

http://chemipan.net

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *